ทำไมประเทศไทยรัฐบาลไม่เข้าไปลงทุนในนามเอกชนแบบประเทศสิงคโปร์

ที่รู้ๆกันว่ารัฐบาลสิงคโปร์เปิดบริษัทเอกชนในนามของtemasek ที่เข้าไปลงทุนในกิจการต่างๆ และทำเงินได้อย่างมหาศาล ประเทศไทยเป็นระบบทุนหากมองก้าวข้ามจุดนี้ ยังไงมันก็ยังเป็นทุนนิยมอยู่ ถ้าเกิดรัฐบาลไทยทำตามสิงคโปร์และไม่ก้าวก่ายเอกชนมากจนเกินไป โดยทำตัวเสมือนเอกชนรายหนึ่งที่มีหุ้นส่วนพอที่จะมีส่วนอยู่ในบอร์ดบริหาร โดยใช้ทุนสำรองของประเทศลงทุนแบบสิงคโปร์ หรืออาจไปกู้มาลงทุนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของ100เปอร์เซ็นต์แบบสิงคโปร์ แต่ให้มีหุ้นส่วนโดยประมาณ 15-30เปอร์เซนต์ในกิจการต่างๆ เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือเซนทรัล บุญรอด ฯลฯ ซึ่งเชื่อได้ว่าไม่ขาดทุนแน่นอน แต่อาจต้องซื้อหุ้นในราคาสูงกว่าตลาดหน่อย แต่น่าจะครอบครองได้ โดยเคลียกับเอกชนอย่างเป็นธรรมที่สุด ถ้าเป็นได้ที่กล่าวมา รัฐบาลจะมีรายได้วันนึงเพิ่มเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเข้าเซเว่น โลตัส แมคโคร เครือข่ายมือถือ กินข้าว ดื่มน้ำ ช็อปปิ้ง ขนส่งสาธารณะ รัฐบาลก็มีรายได้มากขึ้น เงินให้เอกชนทั้งหมดมีแต่เจ้าของรวย ยิ่งอยู่คนรวยยิ่งรวย คนจนยิ่งจน แต่หากมาในรูปแบบนี้ ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล เชื่อว่าประเทศก็มีเงินเพียงพอที่จะพัฒนาต่อไปได้ เพราะรายได้ส่วนใหญ่มาจากการบริโภคของทุกๆคนในชีวิตประวัน พร้อมทั้งนำเงินไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทั้งด้าน การรักษาพยาบาล การศึกษา เพราะโรงพยาลหลายที่ยังขาดทุน และอุปกรณ์ไม่มี การศึกษาก็เช่นกัน หากมีเงิน การพัฒนาการศึดษาก็จะง่ายขึ้น เพื่อใครครูมีจำนวนมากกว่าเดิม2เท่า ปกติในห้องเรียนของโรงเรียนรัฐบาลรายวิชา ครูต่อนักเรียน คิอ19ต่อ40 หากครูมีจำนวนมากขึ้นเงินเดือนสูงขึ้น คัดคนเก่งมากขึ้น บวกการปฏิรูปการศึกษา รัฐบาลมีเงินพร้อมที่พร้อมจ่ายในโครงการต่างๆ การศึกษาที่ดีการพัฒนาประเทศก็จะดีตามด้วย ประเทศไทยอาจจะพัฒนาอย่างยั่งยืนและมั่นคงในอนาคตก็เป็นได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่